เสิ่นอวี้ตื่นก่อนฟ้าสางเสมอ
ไม่ใช่เพราะขยันแต่เพราะนอนหลับไม่ลึก
ห้องพักของนางอยู่มุมท้ายตำหนักเล็ก เรียบไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกตัวตนราวกับคนที่เตรียมพร้อมจะหายไปได้ทุกเมื่อ
นางลุกขึ้นจัดเสื้อผ้ามัดผมให้เรียบร้อยทุกอย่างทำซ้ำแบบเดิมไม่มีสิ่งใดเกินจำเป็น
แม้แต่ความทรงจำ
เสิ่นอวี้เป็นเด็กกำพร้านี่คือเรื่องที่นางบอกทุกคนและมันก็จริง…เพียงครึ่งเดียว
บิดาเสียตั้งแต่นางยังเล็กมารดาจากไปหลังจากนั้นไม่นานญาติฝ่ายไหนก็ไม่รับเลี้ยงเพราะ "ไม่อยากมีเรื่อง"
คำว่า มีเรื่องในตอนนั้นนางยังไม่เข้าใจ
นางเติบโตในสำนักคัดลอกเอกสารของเมืองเล็ก ๆเรียนอ่านเรียนเขียนเรียนเรียงกระดาษให้ตรงและเรียนรู้ว่าบางชื่อไม่ควรถูกเอ่ยถึง
วันหนึ่งขณะที่นางจัดเอกสารเก่าแผ่นหนึ่งหลุดออกมาจากกอง
เป็นรายชื่อเขียนด้วยหมึกจางเหมือนถูกอ่านซ้ำมานานหลายปี
นางไม่รู้ว่าเป็นใครแต่รู้สึกว่ารายชื่อนั้น "หนัก" อย่างประหลาด
ในคืนนั้นนางถามผู้ดูแลสำนักเพียงประโยคเดียว
"ชื่อพวกนี้…คืออะไรหรือคะ"
ผู้ดูแลเงียบไปนานก่อนจะตอบสั้น ๆ
"ชื่อที่ไม่ควรถูกจำ"
และในวันถัดมาเอกสารแผ่นนั้นก็หายไป
หลายปีต่อมามีคำสั่งให้ส่งคนไปช่วยคัดเอกสารในวังหลวงเป็นงานชั่วคราวไม่มีตำแหน่งไม่มีเกียรติ
เสิ่นอวี้ถูกเลือกโดยไม่มีใครอธิบายเหตุผล
นางไม่ดีใจไม่ตื่นเต้นเพียงรับคำสั่งเหมือนเคยรับมาตลอดชีวิต
แต่ในวันที่ก้าวเข้าสู่วังหัวใจนางกลับหนักขึ้นราวกับเคยมาอยู่ที่นี่มาก่อน
ในคลังเอกสารเสิ่นอวี้ทำงานเงียบ ๆไม่ถามไม่แสดงความเห็นไม่พยายามเป็นที่สนใจ
จนกระทั่งวันนั้นวันที่นางเห็นชื่อบางชื่ออยู่ใกล้กันเกินไป
ไม่ใช่ชื่อใหญ่ไม่ใช่ชื่อสำคัญ
แต่เป็นชื่อที่ ไม่ควรอยู่ร่วมกันในกองเดียว
นางไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้แต่รู้ว่า…มันผิด
และคำถามนั้นก็หลุดออกไปต่อหน้าคนที่ไม่ควรถาม
คืนนั้นเสิ่นอวี้นั่งอยู่คนเดียวมองแสงตะเกียงที่สั่นไหว
ในอกเสื้อนางมีผ้าผืนเล็กเก่าขอบขาดเล็กน้อย
เป็นของเพียงชิ้นเดียวที่มารดาทิ้งไว้
บนผ้ามีอักษรจาง ๆเกือบเลือนหาย
นางอ่านมันมาหลายครั้งแต่ไม่เคยเข้าใจ
คืนนี้เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าอักษรเหล่านั้นอาจไม่ใช่คำอวยพร
แต่เป็นชื่อ
ชื่อที่ถูกลบออกจากที่ที่ควรถูกจดจำ
ในเวลาเดียวกันจ้าวอวิ๋นเซียวยืนอยู่ริมหน้าต่างถือถ้วยชาไว้ในมือแต่ไม่ได้ดื่ม
เขานึกถึงคำถามของเสิ่นอวี้และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่ใช่ภาพอนาคต
"นางไม่ได้อยากรู้"เขาพึมพำ"แต่นาง…เหมือนถูกความทรงจำตามหา"
โม่ซือที่นอนอยู่ใกล้ ๆลืมตาขึ้นช้า ๆ
"คนบางคน"มันกล่าว"ไม่ได้เข้ามาใกล้คดีเพราะอยากยุ่ง"
"แต่เพราะคดียังจำพวกเขาได้"
ลมค่ำคืนพัดผ่านตะเกียงไหวอีกครั้ง
และเสิ่นอวี้ยังไม่รู้เลยว่ารอยร้าวเล็ก ๆ ในชีวิตของนางกำลังจะเชื่อมต่อกับเงาอำนาจที่แม้แต่เวลาก็ยังไม่กล้าลบ
